English Tea - British Tea
ประเภท - ชนิด
ของชาฝรั่ง (ชาอังกฤษ)
- เนื่องจากมีผู้สนใจในเรื่องชาหลายท่าน เข้ามาชมเว็บไซต์แห่งนี้โดยการค้นหาจาก Google และรายงานคำค้นเหล่านั้นปรากฎว่า เป็นการค้นหาชนิดและประเภทของชาฝรั่ง หรือ ชาอังกฤษ ก็เลยคิดว่าคงต้องเขียนเรื่องชาอังกฤษเสียที หลังจากที่ตั้งใจเอาไว้นานแล้ว แต่ก็ไม่ได้ลงมือเขียน
- อันที่จริงต้องเล่าให้ฟังก่อนว่า การดื่มชาในโลกตะวันตกนั้น ไม่ได้มีแต่ชาวอังกฤษเท่านั้นนะครับที่นิยมดื่มชา ชาติอื่นๆ เขาก็ดื่มชาเหมือนกัน เช่น รัสเซีย , ฝรั่งเศส , เนเธอร์แลนด์ ฯลฯ แต่ที่เรารู้จักชาฝรั่ง ในนามของชาอังกฤษ มากที่สุดก็คงจะเป็นเพราะ ชาอังกฤษถูกพัฒนาอย่างมีแบบแผนที่สุด มีการเริ่มต้นดื่มชากันตั้งแต่ มื้อเช้า ช่วงบ่าย และค่ำ
- และอีกประการหนึ่ง ที่ทำให้เรารู้จักการดื่มชาแบบอังกฤษ ก็คงเพราะนักเรียนเก่าอังกฤษ ซึ่งภายหลังจากเรียนจบแล้ว และกลับมายังเมืองไทย ก็ได้นำเอาการดื่มชาแบบอังกฤษกลับเข้ามาด้วย
- ในที่นี้ จะไม่ขอกล่าวลงลึกไปถึงศัพท์เฉพาะต่างๆ เพราะจะทำให้ดูเป็นวิชาการมากเกินไป เดี๋ยวบางคนอาจจะไม่อยากอ่าน แฮ่ะๆๆ , ชาที่พวกเราเรียกกันว่า ชาฝรั่ง หรือ ชาอังกฤษ นั้นโดยทั่วไปอาจจะแบ่งได้ 2 ประเภท คือ
- Black Tea คือ ชาดำ ที่เป็นใบชาชนิดใดชนิดหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น Darjeeling , Ceylon , Assam ฯลฯ
- Blend Tea คือ ชาที่นำเอาใบชาจากประเภทแรก มาผสมกัน ให้เป็นสูตรเฉพาะ หรือที่ภาษาฝรั่งเขาเรียกว่า การ Blend นั่นแหละครับ เช่น Earl Grey , Lady Grey , English Breakfast Tea ฯลฯ
ชาอัสสัม Assam Tea (Photo: http://www.wikipedia.org)
- เป็นชาจากรัฐอัสสัมของอินเดีย มีแหล่งเพราะปลูกอยู่บริเวณสองฟากฝั่งแม่น้ำพรหมบุตร , รัฐอัสสัม มีพรมแดนติดกับ บังคลเทศ และ พม่า ถือเป็นพื้นที่ปลูกชาแหล่งใหญ่แห่งหนึ่งของโลก เนื่องด้วยอากาศและความชื้นที่เหมาะสม
- ชาอัสสัมจะมีสีเข้ม รสชาติก็เข้มข้น จึงเหมาะสำหรับจะทำเป็นชานมที่สุด และนอกจากนั้นยังเป็นชาพื้นฐานที่สามารถนำมาผสมปรุงแต่ง (Blend) กับชาชนิดอื่นๆ อีกด้วย
ชาซีลอน Ceylon Tea (Photo: http://www.wikipedia.org)
- ซีลอน เป็นชื่อเกาะทางตอนใต้ของอินเดีย ซึ่งภายหลังได้กลายเป็นประเทศศรีลังกา ซีลอน ก็คือชื่อเดิมของศรีลังกานั่นเอง เราอาจจะรู้จักเกาะนี้ในนามของ เกาะลังกา มากกว่า เกาะซีลอน
- ใบชาคือสินค้าส่งออกที่สำคัญของศรีลังกา ชาของศรีลังกา หรือ ชาซีลอนนั้น ขึ้นชื่อในเรื่องของสีอันสดใส ว่ากันว่า เป็นชาที่เมื่อผสมนมลงไปแล้ว จะได้น้ำชาสีทองสว่างสดใส สวยที่สุด ผิดกับชาจากแหล่งอื่นๆ ที่เมื่อผสมนมแล้วสีจะออกมาคล้ำๆ ช้ำๆ ไม่สวยเหมือนชาซีลอน
ชาดาร์จีลิง Darjeeling Tea (Photo: http://www.wikipedia.org)
- ชาดาร์จีลิง เป็นชาที่มีชื่อเสียงอีกตัวหนึ่งของอินเดีย แหล่งเพาะปลูกอยู่ที่ เมืองดาร์จีลิง รัฐเบงกอลตะวันตก , ประเทศอินเดีย
- ชาดาร์จีลิง นั้นมีชื่อเสียงด้านความหอม เนื่องจากกลิ่นอันหอมละมุนคล้ายกลิ่นดอกไม้ รสชาติออกฝาดเล็กน้อย แต่กลมกล่อม
- เนื่องจากกลิ่นที่หอม ผสมกับรสชาติอันกลมกล่อม นักดื่มชาทั่วโลกจึงให้สมญานามว่าเป็น แชมเปญแห่งชา (The Champagne of Teas)
ชาแดงฉีเหมิน (Keemun red tea) (Photo: http://www.wikipedia.org)
- ชาแดงฉีเหมิน เป็นชาอีกชนิดหนึ่ง ที่ฝรั่งเขานำไปเป็นชาพื้นฐาน สำหรับผสมชาชนิดอื่นๆ
- ชาแดงฉีเหมิน หรือ ชาคีมุน นั้นมีแหล่งเพาะปลูกอยู่ที่ เมืองฉีเหมิน มณฑลอานฮุย สาธารณรัฐประชาชนจีน , เป็นชาที่มีความหอม คล้ายกลิ่นกล้วยไม้ และ กลิ่นผลไม้ และมีความฝาดเพียงเล็กน้อย
- ชื่ออื่นๆ เช่น ฉีเหมินหงฉา (祁门红茶)
ชาเลปซาง ซูชอง (Lapsang souchong Tea) (Photo: http://www.wikipedia.org)
- ชาเลปซาง ซูชอง ตามสำเนียงฝรั่งที่พยายามออกเสียงเลียนแบบ ชื่อในภาษาจีนถิ่นใต้ ชื่อชาชนิดนี้ ภาษาจีนกลางจะเรียกว่า เจิ้งซานเสี่ยวจง (正山小种) มีแหล่งเพาะปลูกอยู่ที่ อู่อี๋ซาน มณฑลฝูเจี้ยน
- เลปซาง ซูชอง เป็นชาที่ผ่านการอบแห้งแบบจีน ซึ่งเป็นการอบแห้งด้วยไม้สน จึงมีกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์
- ถือว่าเป็นชาที่มีชื่อ และได้รับความนิยมอย่างมาก เพราะเมื่ออังกฤษปลูกและผลิตชาได้เอง พยายาม ปรุงชา เพื่อเลียนแบบ แต่ไม่สำเร็จ ลองผิดลองถูก จนคิดว่าได้ชาทีมีกลิ่นใกล้เคียงที่สุด จึงตั้งชื่อชาที่ปรุงเลียนแบบนั้นว่า "Earl Grey Tea"
- BLEND TEA
- ชาเอิร์ลเกรย์ นี่แหละครับ เป็นชาที่สันนิษฐานว่า พยายามปรุงเพื่อเลียนแบบชาเจิ้งซานเสี่ยวจง (หรือ เลปซาง ซูชอง)
- มีประวัติ หรือ บ้างก็ว่าเป็น ตำนาน เล่าว่า เอิร์ลเกรย์ที่ 2 (Earl Grey II 1764 - 1845) อดีตนายกรัฐนมตรีแห่งสหราชอาณาจักร ได้ชาชนิดหนึ่งเป็นของกำนัลจาก ขุนนางชาวจีน เอิร์ลเกรย์ จึุงได้นำชานั้นกลับบ้าน ปรากฎว่าเมื่อลองชงดื่มแล้วเป็นที่ถูกอกถูกใจของคนในครอบครัว
- เมื่อชาหมด เอิร์ลเกรย์ เลยให้ร้านชาทไวนิงส์ (Twinings) ลองปรุงชาให้เหมือนกับชาที่เคยได้รับจากขุนนางชาวจีน และเมื่อร้านชาทไวนิงส์ ได้ปรุงชาที่คิดว่ามีกลิ่น และรสชาติใกล้เคียงที่สุดแล้ว จึงได้จำหน่ายชานั้นแก่ครอบครัวเกรย์ เป็นรายแรก
- นอกจากจะชงดื่มในครอบครัวแล้ว เอิร์ลเกรย์ ยังใช้ชานั้นชงเพื่อรับรองแขก แขกที่ได้ดื่มชานั้น ต่างถูกอกถูกใจ และต่างก็ไปซื้อชานั้นที่ร้านทไวนิงส์ โดยบอกกับทางร้านว่า อยากได้ชาแบบที่บ้านของเอิร์ลเกรย์ จน เอิร์ลเกรย์ ได้กลายเป็นชื่อชาชนิดนี้ไปในที่สุด
(Photo: http://www.wikipedia.org)
- ชาเอิร์ลเกรย์ เป็นชาที่มีกลิ่นของน้ำมันหอมระเหยเบอร์กาม็อต กลิ่นดังกล่าว ก็คือกลิ่นมะกรูด นั่นเอง นอกจากนั้นยังใช้พืชตระกูลส้มอีกหลายชนิดมาเป็นส่วนผสมด้วย
- ความหอมจากนำมันเบอร์กาม็อตนั้น ช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี
ชาเลดี้เกรย์ (Lady Grey Tea) (Photo: http://www.wikipedia.org)
- ชาเลดี้เกรย์ เป็นชาที่มีกลิ่นเบอร์กาม็อต คล้ายกับชาเอิร์ลเกรย์ แต่ชาเลดี้เกรย์จะมีกลิ่นที่อ่อนโยนกว่า
- เลดี้เกรย์จะมีส่วนผสมของส้มในใบชาด้วย แม้ว่ากลิ่นจะคล้ายคลึงกัน แต่รสสัมผัสนั้นกลับบอบบางน่าทะนุถนอมกว่าชาเอิร์ลเกรย์
ชาอิงลิชเบรกฟาสต์ (English Breakfast Tea) (Photo: http://commons.wikimedia.org)
- ชาอิงลิชเบรกฟาสต์ เป็นชาที่มีส่วนผสมของชาหลายชนิด แต่หลักๆ จะเป็นการผสมกันระหว่าง ชาอัสสัม , ชาซีลอน ,ชาอัฟริกัน หรือ ชาเคนย่า
- เป็นชาสีสว่าง ที่รสชาติเข้มข้น อาจใส่นม หรือน้ำตาลตามชอบ เหมาะสำหรับดื่มในมื้อเช้า เพื่อเพิ่มความสดชื่นปลอดโปร่ง
ชาไอริชเบรกฟาสต์ (Irish Breakfast Tea) (Photo: http://www.wikipedia.org)
- ชาไอริชเบรกฟาสต์ จะมีความเข้มข้นกว่า ชาอิงลิชเบรกฟาสต์ ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า ชาไอชิชเบรกฟาสต์ มีส่วนผสมของชาอัสสัมที่มากกว่า
- ชาวไอริช มีมุกตลกร้ายเกี่ยวกับชาเรื่องหนึ่ง ที่มักจะอยู่ในวงสนทนากันว่า ชาในโลกนี้มีอยู่ 3 เกรด เกรดที่ดีที่สุดคือที่ดื่มกันในเมืองจีน เกรดรองลงมาส่งมาให้ชาวไอริชดื่ม และเกรดต่ำสุด ส่งไปให้พวกอังกฤษดื่ม
ชาปรินซ์ ออฟ เวลส์ (Prince of Wales tea) (Photo: http://www.14kumpa.com)
- ชาปรินซ์ ออฟ เวลส์ เป็นชาสูตรเฉพาะพระองค์ของ เจ้าชายเอ็ดเวิร์ดแห่งเวลส์ ซึ่งภายหลัง พระองค์ได้ขึ้นครองราชฯ เป็นพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 8 แห่งสหราชอาณาจักร
- ชาปรินซ์ ออฟ เวลส์ เป็นชารสนุ่มละมุน มีส่วนผสมหลัก คือ ชาแดงฉีเหมิน (Keemun red tea) แห่งมณฑลอานฮุย ประเทศจีน
นี่เป็นชาหลักๆ ที่มีจำหน่ายและหาซื้อได้ทั่วไป แต่บางอย่างก็ไม่มีจำหน่ายในเมืองไทยครับ และนอกจากชาที่ได้กล่าวมาในขั้นต้นแล้ว ยังมีการนำชาไปผสม (Blend) เป็นสูตรต่างๆอีกมากมาย อาจจะนำชาไปผสมกับดอกไม้ เช่น ชากุหลาบ , ชามะลิ หรือผสมกับ พืชหรือผลไม้ต่างๆ เช่น ชาสตอร์เบอร์รี่ , ชาวานิลา , ชาเลม่อน เป็นต้น
Article
by
"น้ำค้างหยกเก้าบุปผา"
ชาฝรั่ง ชาอังกฤษ ชนิดและประเภท English tea British tea










