ชาอูหลง ชาอู่หลง ชาอูลอง

Comments
ป้ายกำกับ: , , , , , , , , ,

ชาอูหลง
(Oolong Tea , Wulong Cha)


แฟนๆ ชาจีนแอบบ่นมาว่า ทำไมผมถึงไปหมกมุ่นอยู่กับชาฝรั่ง ไม่ค่อยมีเรื่องชาจีนให้อ่านกันบ้างเลย หรือว่าผมจะหันไปสนใจ แหม่มฝรั่ง แทน อาหมวย เสียแล้ว (HA-HA!!) ช่วงเวลาปกติ ผมก็ดื่มทั้งชาจีน ชาฝรั่ง ชาญี่ปุ่น ครับ เพราะเหตุที่ว่า หากดื่มชาชนิดเดียวกันนานๆ ก็จะเกิดอาการเบื่อ ช่วงก่อนพอดื่มชาฝรั่ง ก็เกิดอาการ "บ้าชาฝรั่ง" ขึ้นมา ก็เลยเขียนเรื่องชาฝรั่งออกมาติดๆกัน



ครั้งนี้จะเล่าถึงเรื่อง ชาอูหลง ครับ อ้อ!! ก่อนอื่นต้องขอออกตัวก่อนนะครับ ว่าผมไม่อาจเอื้อมที่จะเรียกตัวเองว่า "ผู้เชี่ยวชาญ" หรือ "Guru" เรื่องชา เนื่องจากสำนึกตัวเองว่าความรู้ยังตื้นเขิน ที่เขียนที่เล่าในบทความ ก็จะเป็นประสบการณ์เกี่ยวกับชาที่เคยดื่มมา ดื่มชาตัวไหนแล้วรู้สึกอย่างไร ก็นำมาเล่าสู่กันฟัง

ชาอูหลง, ชาอู่หลง, ชาอูลอง, ชาหวู่หลง หรือ หวู่หลงฉา (乌龙茶) นั้น หากแปลตรงตัว ก็จะหมายถึงชามังกรดำ ในตำราบางเล่มบอกว่า เป็นชาที่มีส่วนผสมของชาเขียว ซึ่งอันที่จริงจะว่าอย่างนั้นก็ไม่ใช่เสียทีเดียวครับ ชาอูหลง เป็นชากึ่งหมัก การหมักคือการนำใบชามาพักไว้ แล้วกระตุ้นด้วยการโกยเบาๆ ให้ใบชาสัมผัสกับอากาศ และอีกทางหนึ่ง ก็เป็นการกระตุ้นให้สารหอมระเหยในใบชาออกมา หลังจากนั้นจึงนำไปอบ

ชาอูหลง มีถิ่นกำเนิดที่ภูเขาหลัวป๋าซาน มณฑลฝูเจี้ยน เป็นภูมิประเทศที่มีหมอกปกคลุมตลอดปี และมีความชื้นในอากาศที่พอเหมาะ ผลผลิตใบชาในพื้นที่นี้จึงมีกลิ่นหอมเป็นพิเศษ ชื่อดั้งเดิมของ ชามังกรดำ (อูหลง) คือ ชางูดำ เนื่องจากมีตำนานเล่าว่า ไร่ชา ที่มีความชื้นทั้งปีเหล่านี้ มักจะมีงูดำที่ไม่มีพิษ อาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และมักจะเลื้อยพันต้นชา ชาวไร่ชาจึงขนานนามให้ชาที่ได้จากไร่เหล่านั้นว่า ชางูดำ แต่ด้วยความที่ว่า คำว่า "งู" นั้น ฟังแล้วคงจะให้ความรู้สึกไปในแง่ลบ ในทางกลับกัน สัตว์ในตำนานชนิดหนึ่ง ซึ่งมีลักษณะคล้ายงู ที่เรียกว่า "มังกร" นั้น ชื่อและความหมายของมัน ฟังแล้วให้ความรู้สึกในแง่บวก หรือ ความเป็นมงคล ดังนั้นชาวไร่ชา จึงได้เปลี่ยนชื่อ ชางูดำ เสียใหม่ว่า "ชามังกรดำ"

เท่าที่ผมเคยดื่มชาอูหลงมา ทำให้รู้ว่าชาอู่หลงเองก็มีการแบ่งย่อยออกเป็นสองชนิดใหญ่ๆ กล่าวคือ
1. ชาอูหลง แบบชาหยาน (岩茶)
2. ชาอูหลง แบบชาเกาซาน (高山茶)


1. ชาอูหลง แบบชาหยาน,  "ชาหยาน" หากแปลตรงตัวจะมีความหมายว่า "ชาหน้าผา"  ภาษาฝรั่งเรียกว่า Rock Oolong Tea แต่อันที่จริงคำว่า "ชาหยาน" นั้น เป็นการเรียกใบชาชนิดหนึ่ง ที่ผลิตด้วยการอบไล่ความชื้นหลายๆครั้ง จนใบชาแห้ง และเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล บางตำราเรียกว่า ชาอูหลงอบเข้ม ชาอูหลงแบบชาหยาน จึงมีความกรอบและเปราะ เมื่อชงแล้วจะได้กลิ่นหอมเหมือนผลไม้สุกผสมกลิ่นคั่ว ชาหยานที่มีชื่อเสียง เช่น ชาต้าหงเผา





 2. ชาอูหลง แบบชาเกาซาน ชาอู่หลงแบบเกาซานนี้ คิดว่าคอชาจีนในเมืองไทย คงจะคุ้นเคยเป็นอย่างดี ก็เนื่องมาจากชาอูหลงที่ผลิตในประเทศไทย ส่วนใหญ่ก็จะเป็นชาอูหลงแบบเกาซาน หากลองสังเกตุชาเชียงรายบ้านเรา ข้างถุงจะมีภาษาจีนเขียนไว้ชัดเจนว่า เกาซานฉา (高山茶)  ชาเกาซานนั้น จะแตกต่างกับชาหยาน ตรงขั้นตอนการอบ เนื่องจากชาเกาซานจะอบแบบอ่อน ต่อมาจะนำใบชาใส่ลงบนผ้า แล้วมัดให้แน่น และนำไปคลึงบนเครื่อง ดังนั้นเราจึงเห็นชาเกาซาน เป็นเม็ดม้วนงอ เมื่อชงด้วยน้ำร้อน ใบชาก็จะค่อยๆ คลี่ตัวออกมา กลิ่นของใบชาเกาซานจะเป็นกลิ่นหอมเหมือนน้ำผึ้ง บางพันธุ์จะหอมเหมือนนมสด หรือหอมเหมือนข้าวโพดที่นึ่งสุกใหม่ๆ ชาอู่หลงเกาซาน ที่มีชื่อเสียง เช่น ชาอาหลี่ซาน , ชาต้งติ่ง  ส่วนชาทิกวนอิมนั้นมีการผลิตออกมาทั้ง แบบชาหยาน และ ชาเกาซาน


ผมยังคงชอบดื่มชาจีน เพราะนอกจากจะได้สำผัสกับ กลิ่น และ รสชาติ อันบริสุทธิ์ของชาโดยปราศจากการปรุงแต่งใดๆแล้ว ผมก็ยังคงชอบ "กี่เพ้า" มากกว่า "กระโปรงสุ่มไก่" เพราะ ไม่ว่าจะดูกี่ครั้ง ดูอย่างไร กี่เพ้า ก็ดูเร้าใจกว่าเยอะ แฮ่ะๆๆๆๆ


Article and Photos
by
"น้ำค้างหยกเก้าบุปผา"



ชา Lapsang Souchong (Whittard of Chelsea)

Comments
ป้ายกำกับ: , , , , , , , ,

เลปซาง ซูชอง 
(วิททาร์ด ออฟ เชลซี)
Whittard of Chelsea Lapsang Souchong



ชาแลปซาง ซูชอง มีชื่อเป็นภาษาจีนกลางว่า เจิ้งซานเสี่ยวจ้ง (正山小种) เป็นชาแดงรมควันที่มีชื่อเสียง ของอู๋อี๋ซาน มณทลฝูเจี้ยน มีกลิ่นรมควันค่อนข้างแรง ตามตำนานได้ชื่อว่าเป็นบรรพบุรุษของชาเอิร์ลเกรย์ บางคนอาจจะบอกว่าได้กลิ่นแล้วชวนเวียนหัว เพราะไม่คุ้นเคยกับกลิ่นแบบนี้


ครั้งนี้ใช้ชา Lapsang Souchong ของ WHITTARD ครับ กลิ่นของใบชาก่อนชงนั้น คล้ายกับกลิ่นปลาแห้งรมควัน บางตำราว่ากลิ่นนี้เกิดจากการรมควันด้วยไม้ลำไย แต่บางตำราบอกว่าเกิดจากการรมควันด้วยไม้สน (แต่ผมว่ากลิ่นมันใช่ทั้งสองอย่างเลย) หลังชงลองสูดกลิ่นชาเข้าไปก็รู้สึกจะได้กลิ่นคล้ายๆยางสนเหมือนกันครับ (ใครที่เล่นดนตรีไทยพวกซอ จะเคยเห็นยางสนที่ใช้ขัดคันชักให้ฝืด กลิ่นคล้ายๆแบบนั้น)



ชาบรรจุในถุงชาวงกลมครับ ใช้เวลาชงประมาณ 2 - 4 นาที ใช้น้ำเดือด ชงได้ 1 รอบ ที่ข้างกล่องบอกว่าควรใช้ชา 1 ซอง ต่อน้ำ 1 ลิตร คิดว่าน่าจะเป็นเพราะกลิ่นของชานั้นแรงจึงต้องใช้น้ำชงในปริมาณมาก แต่หากใครชอบความเข้มข้น จะชง 1 ซอง ต่อ 1 ถ้วยก็ไม่ว่ากันครับ

แม้ว่าสีของน้ำชาจะเข้ม แต่รสสัมผัสนั้นนุ่มนวล ไม่ขม ไม่ฝาด ส่วนใหญ่ชาแดงอบแห้ง เช่น ชาอู่หลงที่อบแห้งแบบชาหยานของอู๋อี๋ซาน จะมีกลิ่นค่อนข้างแรง แต่รสชาติจะไม่ขมฝาด , กลิ่นของชาหลังชง เป็นกลิ่นคล้ายไม้รมควันเจือกลิ่นน้ำมันสน ปกติจะดื่มแบบไม่ผสมนม วันที่อากาศไม่สดใส ฝนตกพรำๆ ท้องฟ้าขมุกขมัว ได้ดื่มชา Lapsang Souchong ซักถ้วยก็คงจะดีมิใช่น้อย








ชา Lapsang Souchong นั้น ความเห็นส่วนตัวคิดว่า เหมาะกับพวกอาหารคาวครับ ผมดื่มทีไรก็คิดถึงติ่มซำ แฮ่ะๆๆ อันที่จริงจะดื่มคู่กับพวกแซนวิชแฮมชีส ก็น่าจะเข้าท่า หรือดื่มคู่กับพิซซ่าก็เข้าที แต่คิดว่าไม่ค่อยเข้ากันกับพวก ขนมนมเนย เท่าไหร่



ขั้นตอนการชง

อุ่นถ้วยด้วยน้ำร้อนก่อน 1 ครั้งแล้วเททิ้งไป เติมน้ำร้อนลงในถ้วย และใส่ซองชาลงไป


 ใช้จานรองปิดปากถ้วย เพื่อป้องกันไม่ให้กลิ่นจางหาย


 ใช้เวลาสกัดใบชาประมาณ 2 -4 นาที



 ถ้าชงด้วยถ้วยที่มีฝาปิดก็จะสะดวกมากๆ ครับ แต่หากไม่มีก็ใช้จานรอง



 คนเพื่อให้น้ำชาเข้ากัน ไม่ควรใช้ช้อนนวดถุงชา นะครับ



 ตักถุงชาออก



 เท่านี้ก็จะได้ลิ้มรสชาที่นุ่มละมุนแล้วครับ

สามารถชมวิธีชงชาซองได้ที่หัวข้อ วิธีชงชาอังกฤษ (แบบซอง)


Article and Photos

by

"น้ำค้างหยกเก้าบุปผา" 


ชาก่อน หรือ นมก่อน TIF or MIF

Comments
ป้ายกำกับ: , , , , , , , , ,

ชาก่อน หรือ นมก่อน 
Tea in First (T.I.F.) or  Milk in First (M.I.F.)




ชาฝรั่งในยุคเริ่มแรกนั้นก็ดื่มเหมือนกับชาจีนครับ คือ ดื่มแต่น้ำชาล้วนๆ โดยไม่เติม นม น้ำตาล ลงไป แต่ก็คงเป็นเพราะวัฒนธรรมการกินดื่มของเขา ที่มักจะมีพวกนมเนยเป็นส่วนประกอบ จึงได้ทดลองเติมนมลงไปในน้ำชา ซึ่งก็ปรากฎว่า ได้ลิ้มรสชาติที่ละมุนไปอีกแบบ ส่วนใหญ่ชาที่เติมนมจะเป็นชาที่ผลิตจากอินเดีย หรือ ศรีลังกา จำพวก ชาอัสสัม ซีลอน จะเข้ากันได้ดีกับนม


ในความเห็นส่วนตัว ผมเห็นว่า เรื่องการเติมนมนั้น ไม่น่าจะนำมาเป็นประเด็นในการถกเถียงกันเลยสักนิด เพราะมันเป็นเรื่องที่ออกแนว จุกจิกหยุมหยิมมาก ประเด็นอื่นๆ เช่น ควรเติมนมร้อนหรือนมเย็น , ชาชนิดนี้ควรจะดื่มคู่กับอาหารแบบใด. ยังเป็นประเด็นที่น่านำมาถกเถียงกันมากกว่า บางตำราว่า การเติมนมก่อน จะช่วยลดอุณหภูมิของน้ำชา ที่ลงไปสัมผัสถ้วย เป็นการถนอมถ้วยชากระเบื้องเนื้อบางไม่ให้แตกร้าว (แล้วมันเกี่ยวกับเรื่องรสชาติตรงไหน?) ดูอย่าง จอกชาจีนเนื้อบางนั้น ก็ยังรับอุณภูมิร้อนจี๋ ของน้ำชาได้อย่างสบาย


เรื่องการใส่นมก่อน  Milk in First (M.I.F.) หรือ ชาก่อน Tea in First (T.I.F.) คงจะต้องยกให้เป็นเรื่องความชอบส่วนบุคคล และ เหตุผลส่วนบุคคล เพราะไม่ว่าจะเติมก่อน เติมหลัง ผมก็ว่ารสชาติมันก็ไม่ได้แตกต่างอะไร หากชงชาแบบใบ อาจจะลองเติมนมลงในถ้วยชาก่อน แล้วค่อยรินน้ำชาจากกาลงไป แต่หากชงแบบถุง ในถ้วยชา หรือ ในแก้วมัค ที่สะดวกก็คงจะเป็นการเติมนมลงไปทีหลัง, ซึ่งผมก็ชอบเติมนมทีหลังครับ เพราะชอบดูเวลานมผสมกับน้ำชาจากก้นถ้วย


เรื่องอุณหภูมิของนมก็น่าสนใจ ปกติก็ไม่ต้องไปอุ่นนมให้ยุ่งยาก ใช้นมที่อุณหภูมิห้อง ดีที่สุด หากเป็นนมชนิพาสเจอร์ไรส์แช่เย็น ก็รินพักไว้สักครู่ จนอุณหภูมิของนมอยู่ในระดับอุณหภูมิห้อง ถ้าเป็นนมแบบ UHT ก็ไม่ต้องแช่ตู้เย็น นมเย็นอาจทำให้อุณหภูมิของน้ำชาลดลงจนเสียรสชาติ เราคงอยากดื่มชาอุ่นๆ มากกว่าดื่มชาเย็นชืด, นี่คงไม่มีใครตั้งประเด็นมาถกกันอีกนะครับ ว่าควรใช้ นมแบบ พาสเจอร์ไรส์ หรือ  UHT เติมลงในน้ำชาดี? พอดีผมไม่ค่อยว่าง หากใครว่างๆ ไม่รู้จะทำอะไร ก็ลองตั้งประเด็นนี้ถกกันดู แฮ่ะๆๆ


Article and Photos
by

"น้ำค้างหยกเก้าบุปผา"

สัญลักษณ์ คำย่อ และ เกรดใบชา

Comments
ป้ายกำกับ: , , , , , , , , , , ,

สัญลักษณ์และคำย่อต่างๆ เกี่ยวกับชา
Icon, Abbreviation and Grade of Tea
  • ครั้งนี้จะเป็นการอธิบายความหมายของรูป icon ต่างๆ ที่ใช้ในการรีวิวชา และรวมไปถึง คำย่อต่างๆ ที่เราอาจจะพบบนกล่องชา หรือซองชา


 รูป icon ที่ใช้ในการรีวิวชามีความหมายดังรูปนี้ครับ





สำหรับชาตะวันตก ข้างกล่องชาบางยี่ห้อ อาจจะแจ้ง เกรดใบชา (Grade of Tea) เอาไว้ แต่บางยี่ห้อก็ไม่ได้แจ้งไว้ คำย่อต่างๆนั้น มีความหมายดังนี้ครับ





Orange Pekoe  (OP) ไม่มีมีอะไรเกี่ยวกับส้มเลยครับ และไม่ได้เกี่ยวอะไรกับวงนักร้องญี่ปุ่น แต่เป็นใบชาเกรดหลัก สำหรับเรียกใบชาตะวันตก (ชาฝรั่ง) มาจากชื่อชา ไป๋หาว (白毫) ของจีน

เกรด OP จะเป็นใบชาที่มีความยาวประมาณ 1 cm ที่ผ่านกระบวนการผลิต ตัด อบ นวด จนเป็นเส้นเล็กบาง ส่วนใหญ่จะนำไปผลิตเป็นชาบรรจุกระป๋อง ใช้เวลาในการชงประมาณ 3-5 นาที

Broken Orange Pekoe (BOP)
เป็นชาที่มีขนาดเล็กกว่า OP คือ มีความยาวประมาณ 0.2 - 0.3 cm เป็นชาที่ผ่านการนวดด้วยแรงดัน ต่างจาก OP ที่นวดอย่างช้าๆ เป็นเกรดบรรจุกระป๋องอีกเกรดหนึ่ง






Broken Orange Pekoe Fannings  (BOPF) มีขนาดเล็กกว่า BOP มีความยาว 0.1 - 0.2 cm ชาเกรดนี้ส่วนใหญ่จะนำไปทำเป็นชาถุง หรือ ชาซอง ใช้เวลาชงประมาณ 1 - 3 นาที

Pekoe Fannings (PF) มีขนาดใหญ่กว่า BOPF เล็กน้อย มีความยาวประมาณ 0.15 - 0.20 cm เป็นชาบรรจุถุงอีกเกรดหนึ่ง ใช้เวลาชงประมาณ 1 - 3 นาที





Fannings (F) มีขนาดเล็กกว่า BOPF เพียงเล็กน้อย มีความยาวประมาณ 0.05 - 0.10 cm เป็นชาอีกเกรดที่ใช้ทำชาซอง หรือ ชาถุง ใช้เวลาชงประมาณ 1- 3 นาที

Dust  (D) ชาเกรดนี้หากเทียบกับชาญี่ปุ่นคงจะอยู่ในระดังเดียวกันกับ โคนะฉะ คือเป็นเศษใบชาระหว่างการผลิต ส่วนใหญ่นำไปทำเป็นชานมใส่เครื่องเทศแบบอินเดีย เป็นชาราคาถูกพบได้ทั่วไปในอินเดีย ชาที่ใช้ทำชาไทยใส่นม หรือ ชาชัก ก็อยู่ในเกรดนี้

ชาเกรดเหล่านี้ เป็นเกรดที่พบเห็นค่อนข้างบ่อย ทั้งนี้ยังมีชื่อเกรดชาอีกหลายเกรด ที่มักแตกต่างกันไปตามแหล่งผลิต ฤดูเก็บเกี่ยว ซึ่งถือว่าเป็นศัพท์เฉพาะของแหล่งผลิตต่างๆ อนึ่ง ภาพตัวอย่างข้างต้นนั้น ไม่ได้หมายถึงการตัดใบชาส่วนปลายใบนะครับ เพียงแต่นำเสนอให้เห็นถึงการตัดใบชาขนาดต่างๆ เท่านั้น เช่นในใบชา 1 ใบ ตัดแบ่งเป็นส่วนละเท่าๆกัน ประมาณ 0.2 cm ก็จะเป็นเกรด BOP เป็นต้น



แถมท้ายด้วย ความหมายของคำต่างๆ ที่ปรากฏบนกล่องชา Twinings


ORIGINS คือ ชาดำ (Black Tea) ล้วนๆ ชนิดใดชนิดหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น ซีลอน , ดาร์จีลิง

CLASSICS คือ ใบชาผสม (Blended Tea) แบบดั้งเดิม สูตรเฉพาะของทไวนิงส์ เป็นชาที่นำชาดำมาผสมกัน (Blend) ตั้งแต่ สองชนิดขึ้นไป

FLAVOURED คือ ชาดำ ที่นำไปผสมกับผลไม้ หรือ เครื่องเทศต่างๆ

GREEN คือ ชาเขียวล้วนๆ

HERBAL INFUSIONS คือ ชาสมุนไพร หรือ ชาผลไม้ ไม่มีส่วนผสมของชาดำ จึงไม่มีคาเฟอีน เช่น ชามิ้นต์ เป็นต้น

FRUIT FLAVOUR INFUSION คือ ชาผลไม้ ที่ไม่มีส่วนผสมของชาดำ ไม่มีคาเฟอีน

PURE คือ ใบชา หรือ ชาสมุนไพร ชนิดใดชนิดหนึ่งล้วนๆ ที่ไม่ใช่ชาดำ เช่น ชาขาว ชามิ้นต์


Article and Photos
by
"น้ำค้างหยกเก้าบุปผา"

/